วัดถ้ำเสือ

กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่ไปกี่ทีก็ไม่เคยพอ  ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพมหานคร นอกจากจะใกล้แล้วยังเดินทางสะดวก ไม่ว่าจะรถส่วนตัว รถสาธารณะ หรือ จะนั่งรถไฟ 😇✨สถานที่ท่องเที่ยวเพชรเม็ดงามของกาญจนบุรี ที่ไปแล้วไม่แวะ ก็เหมือนไปไม่ถึงเมืองกาญจน์ นั่นก็คือ “ วัดถ้ำเสือ ” วัดเก่าแก่ที่เป็นเหมือนอาณาจักรโบราณที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองกาญจน์มานานกว่าร้อยปี

วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ

นอกจากงานสะพานที่จัดแสดง แสง สี เสียง จำลองเหตุการณ์เพื่อระลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นเป็นไฮไลท์ของกาญจนบุรี ยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างไทยและเพื่อนบ้านของเรา (พิพิธภัณฑ์ เมืองบาดาล สะพานมอญ บ้านอีต่อง) อุทยานแห่งชาติอันอุมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่า น้ำตก (เอราวัณ ลำคลองงู เขาสันหนอกวัว เขาช้างเผือก) และเขื่อนต่าง ๆ ที่เข้าไปเที่ยว พักผ่อนได้ อย่างเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และอีกมากมายเป็นร้อย ๆ ที่ให้ทุกคนได้แวะเวียนมาสัมผัสตามความชอบและความสนใจ

วัดถ้ำเสือ ” วัดเก่าแก่ที่เป็นเหมือนอาณาจักรโบราณที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองกาญจน์มานานกว่าร้อยปี

🌙 ที่ตั้ง
วัดถ้ำเสือ เป็นวัดและสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ณ อ. ท่าม่วง จ. กาญจนบุรี ตั้งติดกับวัดถ้ำเขาน้อย (วัดจีนที่อยู่ด้านหลัง) ท่ามกลางทุ่งนาและทิวทัศน์อันงดงาม ใช้สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทย จีน และญี่ปุ่น มีความวิจิตรงดงามไม่เหมือนใคร

🌙 ที่มาที่ไป
ว่ากันว่า วัดถ้ำเสือ นั้น เดิมเป็นสำนักสงฆ์เล็ก ๆ ที่อยู่ในถ้ำบนเขามากว่า 100 ปีแล้ว ภายในถ้ำมีซากปรักหักพังของพระพุทธรูปศิลาแลงมากมาย ซึ่งเกิดจากถูกทหารพม่าทำลายเมื่อครั้งที่ได้ยกทัพผ่านมา หลังจากนั้นเมื่อปี 2516 เริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างวัดถ้ำเสือ โดยเริ่มจากการสร้างหลวงพ่อชินประทานพร (สูง 9 วา 9 นิ้ว หน้าตัก 5 วา 3 ศอก 9 นิ้ว) ตัวองค์พระประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์ พระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ รอบองค์พระมีเรือนแก้วครอบลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราช ถือเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในประเทศไทย

จากนั้น 11 ปีถัดมา มีการสร้างพระเจดีย์เกษุแก้วมหาปราสาทเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมเก้าชั้น สีส้ม สูง 69 เมตร กว้าง 29 เมตร มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ด้านบนยอดสุดของพระเจดีย์นั่นเอง จากตรงนี้ ทุกคนจะได้สัมผัสลมเย็น ๆ และวิวสวย ๆ ของแม่น้ำแม่กลอง ภูเขา ท้องทุ่งนา และวัดถ้ำเขาน้อยจ้า

และปี 2518 มีการสร้างมณฑปครอบรอบพระพุทธบาท ซึ่งเป็นรอยพระบาทซ้ายยาว 1.50 เมตร ลึก 2.50 เมตร “มีน้ำซึมตลอดเวลา” ว่ากันว่ามีคนเคยเอาน้ำและต้นไม้ไปต้มกินแล้วหายจากโรค ถือเป็นอีกสิ่งมหัศจรรย์ของวัดถ้ำเสือเลยทีเดียว

🌙 ใครๆก็เที่ยวได้
แม้การจะขึ้นวัดถ้ำเสือ จะจอดรถด้านบนก็ได้ (ขึ้นทางหลังวัด) หรือจอดไว้ที่ลานจอดรถด้านล่างแล้วปีนบันไดนาคสามสายขึ้นเขาไป (สายละ 158 ขั้น) ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก ๆ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะทางวัดมีรถรางไฟฟ้าสำหรับขึ้นไปด้านบนจ้า ไม่ต้องเหนื่อยแถมปลอดภัยด้วย เพียงท่านละ 10 บาทเท่านั้น ส่วนการเข้าไปในวัด ไม่มีค่าใช้จ่ายจ้า

วัดถ้ำเสือเปิดให้เที่ยวทุกวันตั้งแต่ 08.00-18.00 ทุกครั้งที่ไปกาญจนบุรี อย่าลืมแวะชมความงามของวัดที่สะท้อนแสงแดดสีทองอร่ามมาแต่ไกล แต่เมื่อได้ขึ้นไปกลับรู้สึกร่มเย็น สบายใจ อย่างน่าเหลือเชื่อ .. ฝากปักหมุดวัดถ้ำเสือไว้ด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่า ไปไม่ถึงกาญจนบุรี อิอิ 😊😊


กดติดตามช่องดีลซีของเรา จะได้ไม่พลาดข่าวสาร และสาระการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Facebook

Instagram

Line

Telegram

Messenger


อย่าลืมเช็คบทความอื่นๆที่น่าสนใจของเราอีกมากมาย

ภูหินร่องกล้า

5 ร้านอาหาร คาเฟ่ เปิดใหม่ในภูเก็ต ที่ไม่ควรพลาด

ท่าปอมคลองสองน้ำ – Unseen Krabi

Leave a Comment